นายเอื้้้้้อ สุนทรสนาน
ครูเอื้อ สุนทรสนาน มีนามเดิมว่า "ละออ" ต่อมาเป็น "บุญเอื้อ" ก่อนเปลี่ยนอีกครั้งในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็น "เอื้อ" เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2453 ณ บ้านตำบลโรงหวี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บิดาชื่อ นายดี สุนทรสนาน มารดาชื่อ นางแส สุนทรสนาน
ครูเอื้อ เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดใหม่ราษฎร์บูรณะ สมุทรสงคราม เพียงปีเศษ บิดาได้พาตัวเข้ากรุงเทพฯ มาอาศัยอยู่กับคุณลุง คือ หมื่นไพเราะพจมาน ซึ่งรับราชการเป็นคนพากย์โขนในกรมมหรสพ ต่อมาถูกส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดระฆังโฆสิตาราม จนจบชั้นประถม เป็นเวลาเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งโรงเรียนพรานหลวงขึ้นที่สวนมิสกวัน เพื่อสอนดนตรี ครูเอื้อย้ายมาเข้าเรียนวิชาสามัญสลับวิชาดนตรี โดยมีอาจารย์ใหญ่คือ อาจารย์พระเจนดุริยางค์
หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พระเจนดุริยางค์ให้ครูเอื้อหัดไวโอลิน หัดเป่าแซ็กโซโฟน และเปลี่ยนมาเรียนวิชาดนตรีเต็มวัน ความสามารถครูเอื้อได้ประจักษ์จึงได้ให้เข้ารับราชการประจำกองเครื่องสายฝรั่งหลวงในกรมมหรสพ กระทรวงวัง กระทั่งได้เลื่อนขึ้นไปเล่นวงใหญ่ในปี พ.ศ. 2469 และ 2 ปีต่อมาได้รับพระราชทานยศ "พันเด็กชาตรี" และ "พันเด็กชาโท" ในปีถัดไป
ในปี พ.ศ. 2475 ได้โอนไปรับราชการสังกัดกรมศิลปากร สังกัดกองมหรสพ ครูเอื้อยังได้ร่วมงานกับคณะละครร้องของแม่เลื่อน ไวณุนาวิน ได้แต่งเพลง "ยอดตองต้องลม" นับเป็นเพลงแรกในชีวิตการประพันธ์ โดยได้เฉลิม บุณยเกียรติ ให้คำร้อง ปีเดียวกันครูเอื้อได้ขับร้องเพลง "นาฏนารี" คู่กับวาสนา ละออ และถือว่าเป็นเพลงแรกสุดที่ได้ขับร้องบันทึกเสียงด้วย
ปี พ.ศ. 2479 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล, หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์, พจน์ สารสิน และชาญ บุนนาค จัดตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ไทยฟิล์ม ประเดิมเรื่องแรกคือ "ถ่านไฟเก่า" ครูเอื้อบรรเลงดนตรีประกอบภาพยนตร์ และได้ร้องเพลง "ในฝัน" แทนเสียงพระเอก ต่อมาได้เป็นหัวหน้าวงดนตรีฟิล์ม เมื่อกิจการบริษัทไทยฟิล์มต้องเลิกไป วงดนตรีก็พลอยสลายตัวไปด้วย
ปี พ.ศ. 2480 ทางราชการได้ปรับปรุงสำนักงานโฆษณาการ และยกฐานะขึ้นเป็นกรมโฆษณาการ ก่อนมีมติว่าเมื่อมีสถานีวิทยุของรัฐบาลแล้ว ควรมีวงดนตรีประจำอยู่ หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ตระหนักถึงฝีไม้ลายมือของครูเอื้อ จึงได้แนะนำควรยกวงของครูเอื้อ มาอยู่กรมโฆษณาการ นี่คือที่มาของวงดนตรีกรมโฆษณาการ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2482 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
ครูเอื้อพบรักกับ อาภรณ์ กรรณสูต ธิดาพระยาสุนทรบุรี และคุณหญิงสอิ้ง กรรณสูต เมื่อปี พ.ศ. 2480 และได้เข้าสู่พิธีสมรสเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 มีบุตร-ธิดา คือ นางอติพร สุนทรสนาน และนายสุรินทร สุนทรสนาน ทายาทชายผู้สืบสกุลซึ่งเกิดจากนางสาวนิตยา อรุณวงศ์ ปัจจุบันรับราชการอยู่กระทรวงพาณิชย์
ในปี พ.ศ. 2482 โรงแรมรัตนโกสินทร์ได้จัดคอนเสิร์ต สุรัฐ พุกกะเวส เลขานุการโรงแรมเห็นว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะนำวงดนตรีของราชการไปบรรเลงในโรงภาพยนตร์เอกชน จึงหารือกับครูเอื้อว่าควรจะใช้ชื่อวงดนตรีเป็นอย่างอื่น ตอนนั้นครูเอื้อตกหลุมรักคุณอาภรณ์ จึงได้จังหวะนำนามสกุลของตนเองไปรวมกับชื่อของคนรัก ซึ่งรวมกันแล้วก็ได้ชื่อวงว่า "สุนทราภรณ์"
ครูเอื้อรับราชการในกรมโฆษณาการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2482 จนต่อมาในปี พ.ศ. 2495 กรมโฆษณาการได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมประชาสัมพันธ์ จนกระทั่งเกษียณในปี พ.ศ. 2514 ทางกรมประชาสัมพันธ์ได้จ้างพิเศษให้ดำเนินตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญการดนตรีต่ออีก 2 ปี และในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2516 ครูเอื้อเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกคนหนึ่งในสมัชชาแห่งชาติ
ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเหรียญรูปเสมาทองคำที่มีพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. จากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันครบรอบ 30 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์ ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512
ช่วงปลายปี พ.ศ. 2521 ครูเอื้อเริ่มมีอาการไข้สูง แพทย์ได้เอกซเรย์ตรวจพบก้อนเนื้อร้ายขนาดเท่าลูกเทนนิสที่บริเวณปอดด้านขวา จึงได้เริ่มการรักษา และในปี พ.ศ. 2523 ครูเอื้อได้เดินทางพร้อมกับนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร และได้ขับร้องเพลงถวายเป็นครั้งสุดท้าย เพลงที่ร้องถวาย คือ "พรานทะเล"
ครูเอื้อ สุนทรสนาน เสียชีวิตลงเมื่อถึงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2524 สิริอายุรวม 71 ปี 2 เดือน 11 วัน ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศในฐานะศิลปินตัวอย่างผู้ประพันธ์เพลง ประจำปี พ.ศ. 2523-2524 แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ครั้งที่ 4 โดยมี อติพร เสนะวงศ์ บุตรีเป็นผู้รับแทน จนเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550 กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอครูเอื้อ สุนทรสนาน ต่อองค์การยูเนสโกในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาลครูเอื้อ เพื่อให้เป็นบุคคลดีเด่นของโลก กระทั่งเดือนตุลาคมที่ผ่านมา องค์การยูเนสโกได้รับรองครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นบุคคลสำคัญของโลกอย่างเป็นทางการในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 35 ประเทศไทยจะต้องจัดงานเฉลิมฉลองนับตั้งแต่วันที่ 21มกราคม พ.ศ. 2553 ซึ่งถือเป็นวันเกิดของท่านจนถึงวันที่ 21 มกราคมของปีถัดไป.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น